บันทึกประสบการณ์โครงงานวิทยาศาสตร์ดีเด่น ระดับโลก เรื่อง “รูปแบบการหุบของใบไมยราบ”

ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ดำเนินการพัฒนาครูตามโครงการคูปองพัฒนาครู ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙ ต่อเนื่องจากปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘ ภายใต้แนวคิด “คิดวิเคราะห์ได้ แก้ปัญหาเป็น เห็นโอกาส ฉลาดในการเรียนรู้” โดยมีจุดเน้นในการพัฒนาครูที่ส่งผลต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้น กระบวนการคิดสู่ผู้เรียนใน ๕ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เน้นรูปแบบการให้ความรู้ คำแนะนำ ติดตามประเมินผลโดยผู้เชี่ยวชาญ (Coaching and Mentoring) ระหว่างการปฏิบัติการสอนจริง (On The Job Training) และการสร้างสังคมการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ตลอดระยะเวลาการพัฒนา โดยร่วมมือกับสถาบันของรัฐที่มีความพร้อมในการเป็นหน่วยพัฒนาครู

มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ในฐานะที่เป็นหน่วยพัฒนาครู รับผิดชอบดำเนินการพัฒนาครูตามโครงการคูปองพัฒนาครู โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ๙ เขต ได้แก่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต ๑, ๒ และ ๓ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต ๑, ๒ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต ๒๒ (นครพนม-มุกดาหาร) และ เขต ๒๓ (สกลนคร) ได้จัดทำหลักสูตรฝึกอบรม “โครงการคูปองพัฒนาครู” เรียบร้อยแล้ว โดยมีหลักสูตรฝึกอบรมพัฒนาครู ๖ หลักสูตร ดังนี้
ddd๑. การพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (English Instructional skill Development through Problem-Based Approach in English classroom)
ddd๒. การจัดการเรียนรู้รายวิชาคณิตศาสตร์โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning Approach in Mathemetic Instruction)
ddd๓. การจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทยโดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning Approach in Thai Language Instruction)
ddd๔. การจัดการเรียนรู้รายวิชาสังคมศึกษาโดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning Approach in Social studies Instruction)
ddd๕. การจัดการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-Based Learning Approach in Sciences Instruction)
ddd๖. การจัดการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์โดยใช้แนวทางสะเต็มศึกษา(STEM Instruction Sciences classroom : STEM)

จะเห็นได้ว่าหลักสูตรรายวิชาคณิตศาตร์ ภาษาไทย สังคมศึกษา และวิทยาศาสตร์ เป็นการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานส่งผลต่อนักเรียนให้ “คิดวิเคราะห์ได้ แก้ปัญหาเป็น เห็นโอกาส ฉลาดในการเรียนรู้” ส่วนรูปแบบวิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน มีหนังสือ ตำรา งานวิจัย และเอกสารทางวิชาการ ให้ศึกษาค้นคว้าจำนวนมาก และที่ข้าพเจ้าได้อ่านแล้วประทับใจและอยากให้หลายๆ ท่านได้ลองศึกษา คือ บันทึกประสบการณ์โครงงานวิทยาศาสตร์ดีเด่น ระดับโลก “รูปแบบของการหุบของใบไมยราบ” โดย นิพนธ์ ศรีนฤมล และคณะ พิมพ์เผยแพร่โดย สำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

บันทึกประสบการณ์โครงงานวิทยาศาสตร์ดีเด่น ระดับโลก เรื่อง “รูปแบบการหุบของใบไมยราบ” (The Secret in Mimosa’s leaf Folding Pattern) โดย นายนิพนธ์ ศรีนฤมล ครูที่ปรึกษา ผู้เขียนบันทึกประสบการณ์ฉบับนี้ ร่วมกับนักเรียนเจ้าของโครงงาน คือ นายกรวิชญ์ นิยมเสถียร (ท๊อป) นายณฐพล สุโภไควณิช (บอล) นางสาวณัฐนรี ศิริวัน (พลอย) นักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา นำเสนอรูปแบบและแนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานและจุดเริ่มต้นของโครงงานนี้ มาจากตอนที่เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ วันหนึ่งขณะที่ฝนตก ท๊อปได้สะดุดตากับลักษณะของการหุบของใบไมยราบ ซึ่งเป็นพืชที่ขึ้นในโรงเรียน เมื่อเห็นน้ำฝนทึ่ตกลงมากระทบกับใบเล็กๆ เหล่านั้น การหุบอย่างรวดเร็วทำให้เขาเกิดความสงสัย จึงเกิดคำถามตามมาอย่างมากมาย แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะศึกษาในประเด็นไหน โชคดีที่เพื่อนสนิทต่างมีประสบการณ์ในการเล่นกับไมยราบมาตั้งแต่เด็กโดยเฉพาะบอล ประกอบกับมีโอกาสได้ช่วยรุ่นพี่ที่ทำโครงงานเรื่องการแตกของฝักต้อยติ่ง จึงเกิดความสนใจและไปปรึกษากับคุณครูนิพนธ์ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการทำโครงงานนี้

โครงงาน เรื่อง “รูปแบบการหุบของใบไมยราบ” ประสบความสำเร็จ เป็นตัวอย่างที่สะท้อนถึงกระบวนการเรียนการสอนหรือรูปแบบของการจัดการศึกษาที่เหมาะสม ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศจากสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และได้รับการคัดเลือกเป้นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ ระหว่างวันที่ ๑๓-๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๐ ผลปรากฎว่าได้รับรางวัล Grand Award อันดับ ๑ ในงาน Intel International Science and Engineering Fair 2007 เรียกย่อว่า Intel ISEF จัดว่าเป็นการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดและมีประเทศเข้าร่วมประกวดมากที่สุดในโลก ณ รัฐนิวเม็กซิโก ประเทศสหรัฐอเมริกา รวมทั้งได้รับเชิญในฐานะที่เป็น Top of the Team เข้าร่วมเสนอผลงาน European Union Contest for Young Scientists ณ เมือง Valencia ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ ๑๔-๑๙ กันยายน ๒๕๕๐ และได้รับเกียรติบัตรจากสถาบัน Massachusetts Institute of Technology’s Licoln Laboratory นำชื่อ-สกุลของนักเรียนทั้ง ๓ คนไปตั้งชื่อเป็นดาวเคราะห์น้อยอีก ๓ ดวง รวมเป็น ๖ ดวง นับเป็นปีที่ ๒ ต่อจากนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษารุ่นก่อนหน้านี้ที่โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง การแตกของฝักต้อยติ่ง ซึ่งได้รับรางวัล Grand Awards อันดับ ๒

เนื้อหาภายในเล่มบันทีกประสบการณ์ฯ นักเรียนที่สามได้ฝากแนวคิดในการทำโครงงานวิทยาศาตร์ให้ประสบความสำเร็จ ดังนี้
พลอย : เวลาเลือกหัวข้อทำโครงงาน อย่่ากลัวว่าหัวข้อจะซ้ำ แม้จะเป็นการศึกษาเรื่องเดียวกัน เพราะทุกคนจะมีแนวคิดและมุมมองที่แตกต่างกันอยู่แล้ว อย่างข้าวราดแกงเหมือนกันก็มีรสชาติความอร่อยผิดกัน การทำโครงงานจึงไม่ต่างจากการทำครัวสักเท่าไหร่
บอล : จริงๆ แล้วโครงงานวิทยาศาสตร์ คือ กระบวนการหาคำตอบในสิ่งที่เราสงสัย อยากรู้นั่นเอง ผมคิดว่าส่วนที่ยากที่สุดของโครงงาน คือ การคิดว่าจะทำโครงงานเรื่องอะไรดี ขอแนะนำว่่า ควรเลือกหัวข้อโครงงานจากปัญหาหรือข้อสงสัยที่ใกล้ตัว คือ เป็นสิ่งที่น้องสงสัยและอยากรู้จริงๆ อย่างรุ่นพี่ที่ทำโครงงานกิ้งกือหรือต้อยติ่งเขาก็เริ่มจากคำถามที่สงสัยจากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวและสิ่งที่อยากรู้จริงๆ จึงทำให้โครงงานประสบความสำเร็จ เพระสิ่งที่น้องสงสัยใกล้ตัวจะเป็นแรงผลักดันและเป็นเป้าหมายให้น้องมีความพยายามคิดหาวิธีที่จะแก้ปัญหาให้ได้ พยายามคิดนอกกรอบอย่ายอมแพ้ด้วยคำพูดว่า “มันยากเกินไป” หรือ “คงทำไม่ได้”
ท๊อป : การทำโครงงานต้องมีใจรักที่จะทำ ความทุ่มเทจึงจะตามมาซึ่งสอดคล้องกับหลักอิทธิบาท ๔ ของพระพุทธเจ้าทุกประการ อย่าท้อแท้ ต้องพยายามจนถึงวินาทีสุดท้ายและระลึกไว้เสมอว่าพวกเราไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง ยังมีคุณครูที่ปรึกษาที่คอยช่วยแนะแนวทาง นอกจากนี้ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งจำเป็นจึงควรศึกษาจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เช่น งานนิทรรศการทางวิทยาศาสตร์บ่อยๆ เพราะนอกจากจะได้สาระความรู้แล้วยังเป็นการเปิดโลกทัศน์ของเราให้กว้างขึ้นเรียกว่าทำให้เราทั้งฉลาดทั้งเฉลียวเลยทีเดียว

บันทึกประสบการณ์โครงงานวิทยาศาสตร์ดีเด่น ระดับโลก เรื่อง “รูปแบบการหุบของใบไมยราบ” นับเป็นหนังสือช่วยสะท้อนให้เห็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้แนวใหม่ที่ผู้เรียนเป็นผู้ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองโดยมีครูเป็นที่ปรึกษาแล้ว ยังเหมาะสำหรับใช้เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ได้เป็นอย่างดี

Link ที่เกี่ยวข้อง

6440 Total View 21 View Today
(Visited 508 times, 1 visits today)
error

Enjoy this blog? Please spread the word :)