แนวทางการดำเนินงานตามนโยบายการปฏิรูประบบการประเมินและการประกันคุณภาพการศึกษา

ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายปฏิรูประบบการประเมินและการประกันคุณภาพการศึกษา ทั้งการประกันคุณภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอกก่อนที่จะมีการประเมินคุณภาพภายนอกในรอบต่อไป และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้เสนอให้ชะลอการประเมินทั้งภายในและภายนอกนั้น เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีความเข้าใจและทราบแนวทางการปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีกรอบและแนวทางดำเนินงานตามนโยบายปฏิรูประบบการประเมินและการประกันคุณภาพการศึกษา ดังนี้

๑. ให้สถานศึกษาดำเนินการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพภายใน ตามกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๓ โดยขณะนี้ สถานศึกษายังใช้มาตรฐานเพื่อการประกันคุณภาพภายใน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานฉบับเดิม เป็นกรอบในการดำเนินงาน จนกว่าจะมีการประกาศใช้มาตรฐานเพื่อการประกันคุณภาพภายในฉบับใหม่ ซึ่งมีจำนวน ๕ ด้าน ๑๕ มาตรฐาน ๖๕ ตัวบ่งชี้ ดังนี้
๑.๑ มาตรฐานด้านคุณภาพผู้เรียน จำนวน ๖ มาตรฐาน
๑.๒ มาตรฐานด้านการจัดการศึกษา จำนวน ๖ มาตรฐาน
๑.๓ มาตรฐานด้านการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ จำนวน ๑ มาตรฐาน
๑.๔ มาตรฐานด้านอัตลักษณ์ของสถานศึกษา จำนวน ๑ มาตรฐาน
๑.๖ มาตฐานด้านมาตรการส่งเสริม จำนวน ๑ มาตรฐาน
เช่นเดียวกับมาตรฐานเพื่อการประกันคุณภาพภายใน ระดับการศึกษาปฐมวัย จำนวน ๕ ด้าน ๑๑ มาตรฐาน ๕๕ ตัวบ่งชี้

๒. นโยบายการปฏิรูประบบการประเมินและการประกันคุณภาพการศึกษา เป็นการดำเนินการปฏิรูปในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประเมินคุณภาพการศึกษาเพื่อลดภาระการประเมินที่ยุ่งยากกับสถานศึกษา ลดการจัดทำเอกสารเพื่อการประเมิน ปรับปรุงกระบวนการประเมินที่สร้างภาระแก่สถานศึกษาและปรับมาตรฐานผู้ประเมินให้ได้มาตรฐาน

๓. ร่างมาตรฐานเพื่อการประกันคุณภาพภายใน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานฉบับใหม่ จะมีความสอดคล้องและเป็นชุดเดียวกับมาตรฐานเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอก ของ สมศ. ซึ่งมีจำนวน ๔ มาตรฐาน ที่ครอบคลุมและสอดคล้องกับมาตรฐานเพื่อการประกันคุณภาพภายในฉบับเดิม (จำนวน ๑๕ มาตรฐาน ๖๕ ตัวบ่งชี้) ดังนี้
๓.๑ มาตรฐานด้านคุณภาพผู้เรียน
๓.๒ มาตรฐานด้านการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
๓.๓ มาตฐานด้านการบริหารจัดการของผู้บริหารสถานศึกษา
๓.๔ มาตรฐานด้านการประกันคุณภาพภายใน

๔. สถานศึกษายังคงต้องดำเนินการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา โดยหน่วยงานต้นสังกัดยังคงมีบทบาทในการให้ความช่วยเหลือก ติดตาม สร้างความเข้มแข็ง และเตรียมความพร้อมให้กับสถานศึกษา (ให้ชะลอการประเมิน โดยต้นสังกัดไว้ก่อน) และให้ต้นสังกัดดำเนินการสื่อสาร สร้างความเข้าใจระบบประเมินแบบใหม่ที่จะเกิดขึ้น และการประเมินคุณภาพภายนอกจะเกิดขึ้นหลังจากระบบปฏิรูประบบประเมินเสร็จสิ้น

๕. การประเมินคุณภาพภายใน เป็นการประเมินคุณภาพภายในที่สถานศึกษาต้องดำเนินการประเมินตนเอง กระทำโดยสถานศึกษาเอง แนวปฏิบัติในการประเมินคุณภาพภายในของสถานศึกษายังคงยึดตามประกาศของคณะกรรมการประกันคุณภาพภายในระดับกรศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายใน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๕๔ เช่น ให้สถานศึกษาประเมินภายในอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง มีผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกที่ต้สังกัดขึ้นทะเบียนไว้ร่วมเป็นคณะกรรมการประเมินโดยใช้เครื่องมือและวิธีการประเมินที่เหมาะสม เชื่อถือได้ เป็นต้น

๖. ให้เขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการติดตาม ตรวจสอบคุณภาพของสถานศึกษา โดยให้เน้นการเข้าไปช่วยเหลือ ชี้แนะ พัฒนาเตรียมความพร้อมสถานศึกษา รวมทั้งให้คำชี้แนะในการจัดทำรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR) และใช้เป็นเอกสารเพื่อรองรับการประเมินคุณภาพภายนอกต่อไป โดยสถานศึกษายังคงส่งรายงานการประเมินตนเอง (SAR) ไปยังเขตพื้นที่การศึกษา และให้เขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการรวบรวมรายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษาในสังกัด สำหรับส่งต่อไปยัง สมศ.ต่อไป

๗. กระบวนการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาและต้นสังกัดยังคงดำเนินการต่อไป สิ่งที่กำลังปรับปรุงคือ ระบบการประเเมินคุณภาพภายใน เกี่ยวกับเรื่องการกำหนดกรอบมาตรฐานที่ใช้ในการประเมิน ระบบและวิธีการประเมิน ช่วงเวลาประเมิน การคัดเลือกและการสรรหาผู้ประเมิน และการพัฒนาผู้ประเมินให้ได้มาตรฐาน

๘. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีแผนการดำเนินงานพัฒนาผู้ประเมินให้ได้มาตรฐาน โดยการคัดเลือกจากบุคลากรที่ผ่านการพัฒนาเป็นผู้ทรงคุณวุฒิและประกาศขึ้นทะเบียนไว้และบุคลากรที่สังกัดชุมนุมนักวัดและประเมินผลการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งประเทศไทย ประมาณ ๓,๐๐๐ คน รวมทั้งการเสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ มีประสบการณ์ และการได้รับการยอมรับจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประกอบด้วย ศึกษานิเทศก์ ผู้อำนวยการสถานศึกษา รองผู้อำนวยการสถานศึกษา ครูผู้สอน และข้าราชการบำนาญ เพื่อให้เข้ารับการพัฒนาเป็นผู้ประเมินแล้วขึ้นทะเบียนผู้ประเมินระดับชาติ (National list of Evaluator) ซึ่งแนวทางการได้มาของคณะกรรมการประเมินคุณภาพภายนอก จะประกอบด้วย ผู้ประเมินที่เป็นบุคลากรที่กระทรวงศึกษาธิการขึ้นทะเบียนไว้ และจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ร่วมกันทำหน้าที่เป็นผู้ประเมิน

๙. กระบวนการประเมินแนวใหม่ที่จะเกิดขึ้นจะไม่เน้นเอกสารในกระบวนการประเมินแต่ต้องเป็นการประเมินโดยใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ (Evidence  based) และมีนโยบายในการยกเลิก “ห้องประกัน” สำหรับการประเมินคุณภาพภายนอก

๑๐. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะดำเนินการสื่อสารและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวการดำเนินงานปฏิรูประบบการประเมินและการประกันคุณภาพการศึกษาที่จะเกิดขึ้นใหม่ให้กับเขตพื้นที่การศึกษารับทราบร่วมกันโดยจะจัดประชุมสัมมนาฯ ใน ๔ ภูมิภาค (ณ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดตรัง จังหวัดขอนแก่น และกรุงเทพมหานคร) โดยมีผู้รับผิดชอบหลักแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา (ประมาณ ๒-๓ คน ต่อเขตพื้นที่) เข้าร่วมประชุมสัมมนาฯ ประกอบด้วยรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศฯ และศึกษานิเทศก์ที่รับผิดชอบงานประกันคุณภาพการศึกษา ในช่วงเดือนกรกฎาคม-เดือนสิงหาคม ๒๕๕๙

๑๑. ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการสื่อสารและสร้างความเข้าใจกับสถานศึกษาเกี่ยวกับแนวการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องและสอดคล้องกับการปฏิรูประบบการประเมินและการประกันคุณภาพการศึกษาที่จะเกิดขึ้น

๑๒. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะร่วมมือกับสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ในการทดลองระบบการประเมินคุณภาพที่จะปรับเปลี่ยนใหม่เพื่อตรวจสอบคุณภาพของระบบการประเมินและการประกันคุณภาพการศึกษากับสถานศึกษานำร่อง ประมาณ ๒๐๐ แห่ง

๑๓. นโยบายการประเมินซ้ำกับสถานศึกษาบางกลุ่ม ขณะนี้รอรายละเอียดแนวทางการดำเนินงานจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) โดยเขตพื้นที่การศึกษาก็ยังต้องช่วยเหลือเตรียมความพร้อมให้กับสถานศึกษา และสถานศึกษาก็ยังต้องทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ไม่ใช่ว่ายกเลิกกระบวนการที่ต้องพัฒนาทั้งหมด

๑๔. สภาขับเคลื่อนการปฏิรูประเทศได้เสนอการชะลอการประเมินคุณภาพทั้งภายในและภายนอกออกไปก่อนเป็นเวลา ๒ ปี นั้น หากทุกหน่วยงานสามารถดำเนินการปฏิรูประบบการประเมินและการประกันคุณภาพการศึกษาได้แล้วเสร็จก่อนระยะเวลาดังกล่าวก็สามารถดำเนินการต่อได้ทันที

ที่มา : หนังสือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ ศธ ๐๔๐๐๔/ว๑๖๘ ลงวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๙

Link ที่เกี่ยวข้อง

93212 Total View 2 View Today
(Visited 69 times, 1 visits today)

Enjoy this blog? Please spread the word :)