การวิจัยการศึกษา

ความหมายของการวิจัย

คำว่า “วิจัย” ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ได้ให้คำจำกัดความว่า หมายถึง การสะสม รวบรวม การค้นคว้าเพื่อหาข้อมูลอย่างถี่ถ้วนตามหลักวิชาการ ตรงกับภาษาอังกฤษว่า Research ซึ่งมีรากศัพท์มาจากคำว่า re แปลว่า ซ้ำๆ หรือ ใหม่ๆ ผสมกับคำว่า search ซึ่งแปลว่า การค้นหา รวมความแล้วแปลว่าการค้นหาใหม่ๆ หรือค้นหาซ้ำแล้วซ้ำอีก หรือ การสืบเสาะ ค้นคว้าหาความรู้ใหม่ๆ
การวิจัย คือ กระบวนการค้นคว้าหาความรู้ที่เชื่อถือได้โดยมีลักษณะดังนี้
1. เป็นกระบวนการที่มีระบบ แบบแผน
2. มีจุดมุ่งหมายที่แน่นอนและชัดเจน
3. ดำเนินการศึกษาค้นคว้าอย่างรอบคอบไม่ลำเอียง
4. มีหลักเหตุผล
5. บันทึกและรายงานออกมาอย่างระมัดระวัง
วิธีที่ยอมรับว่าจะช่วยให้ได้ความจริงที่เชื่อถือได้และเป็นหลักในการวิจัย คือ ขั้นตอนการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ มีดังนี้
1. ขั้นตั้งปัญหา
2. ขั้นตั้งสมมติฐาน
3. ขั้นรวบรวมข้อมูล
4. ขั้นวิเคราะห์ข้อมูล
5. ขั้นสรุป

ความหมายของการวิจัยในชั้นเรียน

  • นักวิชาการและนักการศึกษาได้ให้ความหมายของการวิจัยในชั้นเรียน ดังนี้
  • พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 (ราชบัณฑิตยสถาน, 2556, หน้า 1117) ให้ความหมายของคำว่าวิจัย คือ การค้นคว้าเพื่อหาข้อมูลอย่างถี่ถ้วนตามหลักวิชา
  • บุญชม ศรีสะอาด (2546, หน้า 76) ให้ความหมายว่า การวิจัยในชั้นเรียนเป็นการวิจัยในชั้นเรียนใดๆ โดยศึกษาเกี่ยวกับการเรียนการสอน พฤติกรรม บุคลิกภาพ คุณลักษณะด้านพุทธิพิสัย จิตพิสัยหรือทักษะพิสัย อาจเป็นการวิจัยรายบุคคล การวิจัยรายกรณี การวิจัยเชิงทดลอง การวิจัยเชิงพรรณนา การวิจัยเชิงปฏิบัติการ ฯลฯ ทั้งนี้ คำว่า ชั้นเรียนใดๆ หมายถึงชั้นเรียนทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นชั้นเรียนขนาดใหญ่ที่มีผู้เรียนหลาย ร้อยคนหรือชั้นเรียนขนาดเล็กมีผู้เรียนเพียงคนเดียว เป็นชั้นเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาลศึกษาถึงปริญญาเอกหรือชั้นเรียนนอกระบบ โรงเรียน ทั้งนี้ต้องเป็นการวิจัยโดยครูผู้สอนซึ่งอาจวิจัยด้วยตนเองเพียงคนเดียวหรือร่วมกับคนอื่นก็ได้
  • ประภาพรรณ เส็งวงศ์ (2550, หน้า 9) ได้ให้ความหมายของการวิจัยใน ชั้นเรียนว่า หมายถึง การดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนหรือการคิดค้นนวัตกรรมการ จัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนอย่างมีคุณภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ เรียน
  • สุวิมล ว่องวานิช (2555 หน้า 21) ได้ให้ความหมายว่า การวิจัยในชั้นเรียน คือ กระบวนการที่ทาโดยครูผู้สอนในชั้นเรียนเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในชั้น เรียน และนำผลมาใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนหรือส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้ของผู้ เรียน ให้ดีขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้เรียน เป็นการวิจัยที่ต้องทำอย่างรวดเร็ว นำผลไปใช้ทันทีและสะท้อนข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติงานต่างๆ ของตนเองและกลุ่มเพื่อนร่วมงานในโรงเรียนมีโอกาสวิพากษ์ อภิปราย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในแนวทางที่ได้ปฏิบัติและผลที่เกิดขึ้นเพื่อพัฒนาการ เรียนรู้ทั้งของครูและผู้เรียน
  • พิมพันธ์ เดชะคุปต์ และ พเยาว์ ยินดีสุข (2554, หน้า 1) ได้ให้ความหมายว่า การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน เป็นการวิจัยประเภทปฏิบัติการ (Action research) คือ การวิจัยมีเป้าหมายเพื่อนำผลไปปฏิบัติงานจริงด้วยเพราะเป็นการวิจัยปฏิบัติ การในชั้นเรียนโดยมีครูเป็นผู้ทำวิจัย
  • สรุปได้ว่า การวิจัยในชั้นเรียน คือ การวิจัยที่ทำโดยครูผู้สอนเพื่อแก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน หรือพัฒนาการเรียนการสอน และนำผลมาใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้เรียน เป็นการวิจัยที่ต้องทำอย่างรวดเร็ว สามารถนำไปใช้ได้ทันที

ความสำคัญของการวิจัยในชัันเรียน

  • หัวใจสำคัญของการปฏิรูปการศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 คือ “การปฏิรูปการเรียนรู้” ที่ปฏิรูปจากการยึดวิชาเป็นตัวตั้งมาเป็นยึดมนุษย์เป็นสำคัญหรือผู้เรียน เป็นตัวตั้งหรือที่เรียกว่า “ผู้เรียนสำคัญที่สุด” กระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนนั้นครูจะต้องพัฒนาตนเองให้เป็นครูมือ อาชีพด้วยการพัฒนาตนเอง ตลอดจนคิดค้นหาแนวทางใหม่ๆ ที่จะช่วยให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ได้ตามศักยภาพ “การวิจัยเพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้” จึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่จะช่วยให้ครูสามารถจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียน เป็นสำคัญและช่วยให้การปฏิรูปการศึกษาประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดีทั้งการ นำกระบวนการวิจัยและผลการวิจัยมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยเฉพาะการปฏิรูปการเรียนรู้ด้วยกระบวนการวิจัยนั้นเป็นแนวทางหนึ่งที่ผู้ สอนสามารถนำไปปฏิรูปการเรียนรู้ในสถานศึกษาได้ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ซึ่งเป็นกฎหมายแม่บททางการศึกษาของไทยได้ให้ความสำคัญกับการวิจัยและชี้ให้ เห็นว่าการวิจัยเป็นกระบวนการที่ควบคู่ไปกับกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งเป็นกลไกที่นำไปสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ ดังนี้ มาตรา 24(5) ระบุให้ใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ ผู้เรียนสามารถใช้การวิจัยเพื่อศึกษาเรื่องที่น่าสนใจและต้องการหาความรู้ ใหม่หรือต้องการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น การวิจัยจึงสัมพันธ์กับกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งจะช่วยฝึกกระบวนการคิด การจัดการ หาเหตุผลในการตอบปัญหาและรู้จักประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไข ปัญหาหรือพัฒนา เรียกการวิจัยในลักษณะนี้ว่า “การวิจัยในกระบวนการเรียนรู้”มาตรา 30 ระบุให้ผู้สอนทำวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับผู้เรียน ผู้สอนนอกจากจัดกระบวนการเรียนการสอนแล้วยังใช้การวิจัยเพื่อศึกษาปัญหาหรือ สิ่งที่ต้องการรู้คำตอบ พัฒนาสิ่งที่ต้องการพัฒนาควบคู่กันไปอย่างต่อเนื่องโดยบูรณาการกระบวนการ จัดการเรียนการสอนและการวิจัยให้เป็นกระบวนการเดียวกัน สามารถมองเห็นปัญหา ระบุหรือรู้ปัญหาได้ รู้จักวางแผนการวิจัย เก็บข้อมูลและวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ มีหลักฐานการได้มาซึ่งข้อค้นพบ มีเหตุผลอธิบายถึงข้อค้นพบ เรียกการวิจัยลักษณะนี้ว่า “การวิจัยพัฒนาการเรียนรู้”
  •  นวลเสน่ห์ วงศ์เชิดธรรม (2549, หน้า 6) ได้นำเสนอความสำคัญของการวิจัยในชั้นเรียนว่าจะช่วยให้ครูมีทางเลือกในการ ตัดสินใจแก้ปัญหาในการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งสรุปได้ดังนี้
    1. ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
    2. ช่วยแก้ปัญหาผู้เรียนได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม
    3. ช่วยพัฒนาหรือปรับปรุงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
    4. ช่วยให้วงวิชาการเกี่ยวกับการเรียนรู้ก้าวหน้าขึ้น พัฒนาวิชาชีพครู
    ให้มีมาตรฐานและเป็นวิชาชีพชั้นสูงเป็นที่ยอมรับของสังคม
    5. เป็นการพัฒนาตัวครูโดยใช้วิธีการวิจัย
  • สุวิมล ว่องวาณิช (2555: 24) กล่าวถึง ความสำคัญของการวิจัยในชั้นเรียนดังนี้
    1) ให้โอกาสครูในการสร้างองค์ความรู้ ทักษะการทำวิจัย การประยุกต์ใช้ การตระหนักถึงทางเลือกที่เป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนแปลงโรงเรียนให้ดีขึ้น
    2) เป็นการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้
    3) เป็นประโยชน์ต่อผู้ทำวิจัยในการพัฒนาตนเองด้านวิชาชีพ
    4) ช่วยทำให้เกิดการพัฒนาที่ต่อเนื่อง และเกิดการเปลี่ยนแปลงผ่านกระบวนการวิจัยซึ่งเป็นประโยชน์ต่อองค์กร นำไปสู่การปรับปรุงเปลี่ยนแปลง การปฏิบัติและการแก้ปัญหา
    5) เป็นการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติ ทำให้เกิดการยอมรับ ในความรู้ของผู้ปฏิบัติ
    6) ช่วยตรวจสอบวิธีการทำงานของครูที่มีประสิทธิผล
    7) ทำให้ครูเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น การวิจัยในชั้นเรียนจึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่จะช่วยให้นักเรียนเกิดการรับ รู้ สร้างองค์ความรู้และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
  • สรุปได้ว่า การวิจัยในชั้นเรียนมีความสำคัญต่อการเรียนการสอน เป็นวิธีการที่ครูใช้แก้ปัญหาพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนและวิธีการ สอนอย่างเป็นระบบเชื่อถือได้นอกจากนี้ ยังเป็นแนวทางให้ผู้วิจัยพัฒนางานตนเองด้านวิชาชีพ ทำให้การทำงานของครูมีประสิทธิผล เกิดการยอมรับในผลงาน และองค์กรมีการพัฒนา

 

 

 

 

 

373 Total View 1 View Today
(Visited 68 times, 1 visits today)